Posted by: ajenakom | 2009/06/29

ไมเคิล ไมเคิล ไมเคิล……ไม่หวนคืน

“เอาไมเคิล แจ๊คสันคืนไป… เอาพระนารายณ์คืนมา”

       ผมรู้จักไมเคิล แจ๊คสันผ่านแอ๊ดคาราบาว ผมรู้จักไมเคิลเพียงเล็กน้อย ผมยังรู้จักโกโอ๋ ลูกชายของน้องสาวของแม่ ซึ่งชาตินี้เจอหน้ากันไม่ถึง 10 ครั้ง…มากกว่าไมเคิลเสียอีก…ฉะนั้น ผมจะไม่แสดงความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับไมเคิลมากนัก แต่ผมขอเอา Post นี้เป็นที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไมเคิลดีกว่าครับ…เพื่อระลึกถึง และไว้อาลัย แด่…เด็กน้อย และชายผู้น่าสงสารที่สุดในโลกคนหนึ่ง

      

 เว็บไซต์ส่วนตัวของไมเคิล http://www.michaeljackson.com/

ไมเคิล แจ็กสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

?
ไมเคิล แจ็กสัน
ไมเคิล แจ็กสันในปี 1984
ไมเคิล แจ็กสันในปี 1984
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง ไมเคิล โจเซฟ แจ็กสัน
วันเกิด 29 สิงหาคม พ.ศ. 2501
แหล่งกำเนิด Flag of the United States แกรี รัฐอินดีแอนา สหรัฐอเมริกา
วันที่เสียชีวิต 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552[1][2]
แนวเพลง ป็อป,อาร์แอนด์บี
อาชีพ นักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง นักเต้น นักออกแบบท่าเต้น โปรดิวเซอร์เพลง
ปี พ.ศ. 2511 - 2552
ค่าย Motown, Epic, Sony
ส่วนเกี่ยวข้อง The Jackson 5
เว็บไซต์ michaeljackson.com
ไมเคิล แจ็กสัน (อังกฤษ: Michael Jackson) (29 สิงหาคม พ.ศ. 2501-25 มิถุนายน พ.ศ. 2552) มีชื่อเต็มว่า ไมเคิล โจเซฟ แจ็กสัน (Michael Joseph Jackson) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า เอ็มเจ (MJ) หรือแจ็กโก้ (Jacko) เป็นนักร้องชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง โด่งดังมากจนได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชาเพลงป็อป หรือ “ King of Pop ”[3] เขาเป็นลูกคนที่ 7 ของครอบครัวแจ็กสัน ปรากฏตัวครั้งแรกในระดับอาชีพด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์ ในปี 1969 เขาเริ่มมีผลงานเดี่ยวในปี 1971 ขณะที่ยังคงเป็นสมาชิกของวงอยู่ ในปี 1982 มีผลงานอัลบั้มที่ชื่อ Thriller ซึ่งถือเป็นอัลบั้ม ที่ขายดีที่สุดตลอดกาล[4] และสี่อัลบั้มเดี่ยวที่เหลือก็ยังถือว่าเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอัลบั้มหนึ่ง อันประกอบด้วยชุด Off the Wall (1979), Bad (1987), Dangerous (1991) และ HIStory (1995)     ต้นทศวรรษ 1980 เขาเริ่มมีความโดดเด่นในวงการเพลงป็อป และถือเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่มีแฟนเพลงมากมายผ่านทางช่องเอ็มทีวี ความนิยมของเขามาจากการออกอากาศมิวสิกวิดีโอ ทางช่องเอ็มทีวี อย่างเช่นเพลง "Beat It", "Billie Jean" และ "Thriller—เพลงนี้ได้ รับเครดิตว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบมิวสิกวิดีโอจากอุปกรณ์การประชาสัมพันธ์ไปเป็นรูปแบบของ ศิลปะ— มิวสิกวิดีโอเหล่านี้ได้ช่วยให้ช่องที่เพิ่งเปิดใหม่นี้มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้น วิดีโอเพลง "Black or White" และ "Scream" ก็ยังคงเปิดบ่อยทางช่องเอ็มทีวีในทศวรรษ 1990 ด้วย ลีลาบนเวทีของไมเคิลและมิวสิกวิดีโอ แจ็กสันสร้างความโด่งเดังกับท่าเต้นซับซ้อน โดยใช้ร่างกายมากมายหลาย ๆ ท่า อย่างเช่นท่าเต้นหุ่นยนและท่าเต้นมูนวอล์ก ส่วนเอกลักษณ์ ด้านดนตรีและเสียงร้องของเขายังเป็นอิทธิพลให้กับศิลปินแนวฮิปฮอป ป็อป และอาร์แอนด์บี ให้อีกหลายคน อิทธิพลเพลงของเขามีแพร่กระจายไปสู่คนหลายรุ่น แจ็กสันหาเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อมูลนิธิการกุศลของเขา มีซิงเกิ้ลการกุศลมากมายที่สนับสนุน ให้กับ 39 องค์กร ชีวิตส่วนตัวของเขาเขามักปรากฏตัวโดยการปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าและพฤติกรรม ให้คนอื่นจำไม่ได้ แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของเขาด้วยเช่นกัน เขายังถูกข้อกล่าวหา ลวนลามทางเพศเด็กในปี 1993 แต่ก็ปิดลงโดยเขาไม่มีความผิดเนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอ ไมเคิลมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 และยังมีข้อมูลรายงานขัดแย้งในเรื่อง ฐานะการเงินของเขาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 แจ็กสันแต่งงานมาแล้วสองครั้ง มีลูกสามคน ต่อมาในปี 2005 เขามีข้อพิพาทอีกครั้งเรื่องล่วงละเมิดทางเพศและอีกหลายคดี แต่เขาก็ไม่มี ความผิด เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่ศิลปินที่มีชื่ออยู่ใน ร็อกแอนด์โรลฮอลออฟเฟม ถึงสองครั้ง ผลงานของเขา ประสบความสำเร็จได้รับสถิติหลายครั้งจากกินเนสบุ๊ค รวมถึงในหัวข้อ เป็นหนึ่งใน"ศิลปินบันเทิง ที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล" เขาได้รับรางวัลแกรมมี่ 13 ครั้ง มี 13 ซิงเกิ้ลที่ขึ้น อันดับ 1 ในฐานะนักร้องเดี่ยว และมียอดขายรวมกว่า 750 ล้านชุดทั่วโลก[5] เขาถือเป็น ส่วนสำคัญในวัฒนธรรมเพลงป็อปมากว่า 4 ทศวรรษ ไมเคิล แจ็กสันเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2009 อายุได้ 50 ปี[6]
 

ประวัติ

ไมเคิล แจ็กสัน เริ่มต้นอาชีพนักดนตรีในฐานะนักร้องนำของวง The Jackson 5 เมื่ออายุได้เพียง 7 ปี และได้ออกงานเดี่ยวชิ้นแรกในอัลบั้ม Got to Be There ออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2514 ในขณะที่ยังเป็นสมาชิกของวง The Jackson 5 อยู่และมีอายุเพียง 11 ปี และอัลบั้มที่สอง "Ben" ในปี พ.ศ. 2515 เพลง "Ben" ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ในชื่อเดียวกัน เป็นซิงเกิลแรกที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงของนิตยสารบิลบอร์ด [7] และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์ ปี พ.ศ. 2522 มีผลงานออกมาชุด “ Off the Wall ” อัลบั้มเปิดตัวที่ทำยอดขายกว่า 20 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลกตามด้วยอัลบั้มประวัติศาสตร์ “ Thriller ” (พ.ศ. 2525) ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติอัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลถึง 60 ล้านชุด และ “ Bad ” ในปี พ.ศ. 2530 ที่สร้างสถิติอีกครั้งด้วยการเป็นอัลบั้มที่มีซิงเกิ้ลต่าง ๆ ขึ้นถึงอันดับ 1 บิลบอร์ดมากที่สุด ปี พ.ศ. 2534 ไมเคิลกลับมาพร้อมกับอัลบั้ม “ Dangerous ” ที่มีเพลง “ Black or White ” ติดอันดับ 1 ทั้งในบิลบอร์ดและชาร์ตเพลงทั่วโลก ก่อนที่จะส่งอัลบั้ม “ History ” กับเพลง “ You’re Not Alone ” ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดอันดับ 1 ตั้งแต่สัปดาห์ แรกที่วางจำหน่าย และล่าสุดกับ “ Invincible ” (พ.ศ. 2544) ซึ่งทิ้งห่างจากงานชุดที่แล้ว ถึง 10 ปีเต็ม หลังจากว่างเว้นจากการทัวร์คอนเสิร์ตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 ไมเคิลได้ประกาศจะจัดคอนเสิร์ต ดิส อิส อิทโอทู อารีนา กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยแรกเริ่มจัดเพียง 10 รอบ แต่ด้วยแฟนเพลงที่ให้ความสนใจคอนเสิร์ตนี้เป็นอย่างมาก จึงได้เพิ่มรอบเป็น 50 รอบ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552   ขึ้นมาจากมีชื่อถูกอ้างถึงในเพลง ทับหลัง ของคาราบาว ในปี พ.ศ. 2531 ที่มีเนื้อร้องในท่อนแยกว่า "เอาไมเคิล แจ็กสันคืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา" ซึ่งเป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมจากกระแส เรียกร้องทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากสถาบันศิลปะชิคาโก สหรัฐอเมริกา เคยเดินทางมาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในกลางปี พ.ศ. 2536 เป็นการโปรโมตปิดอัลบั้ม Dangerous กำหนดการแสดง 2 รอบ ในวันที่ 21 สิงหาคม และ 22 สิงหาคม ที่สนามศุภชลาศัย โดยทางบริษัท เทโรเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เป็นผู้จัด ซึ่งก่อนการแสดงได้มีการโปรโมตทางช่อง 3 เป็นรายการพิเศษเกี่ยวกับไมเคิล แจ็กสัน มี เมทินี กิ่งโพยม เป็นพิธีกร โดยออกอากาศในช่วงเที่ยงของวันเสาร์-อาทิตย์ อยู่นานนับเดือน คอนเสิร์ตในครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตที่ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากชาวไทย และกลายเป็นกระแส วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอยู่ช่วงหนึ่ง ถึงความเหมาะสมของการจัดแสดง เพราะบางส่วนเห็นท่าเต้น ลูบเป้าของไมเคิลไม่เหมาะสมต่อวัฒนธรรมไทยและเมื่อเดินทางมาถึง ไมเคิลได้แต่งตัวแปลก ๆ เมื่อลงจากเครื่องบินส่วนตัวด้วยผ้าปิดหน้า โดยเจ้าตัวอ้างว่าได้ยินว่ากรุงเทพ ฯ มีควันไอเสียเยอะ ซึ่งส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการแสดงเห็นว่าเป็นการแสดงออกที่ดูถูกประเทศไทย อีกทั้งต้องใช้ไฟฟ้า เป็นจำนวนมากในการแสดง และราคาบัตรที่เข้าชมก็นับว่าแพงมากด้วย คือ 500, 800, 1,000, 1,500 และ 2,500 บาท โดยคอนเสิร์ตวันแรกจบลงด้วยดี แต่ในวันที่ 22 สิงหาคม ไมเคิล อ้างว่าป่วย ขอเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 23 สิงหาคม แต่เมื่อมาถึงก็ขอเลื่อนไปอีก สร้างความไม่พอใจ แก่แฟน ๆ จนเกิดเป็นจลาจลย่อย ๆ หน้าสนาม ซึ่งต้องใช้เทปเสียงของเจ้าตัวมาเปิดยืนยันว่า ป่วยจริง ๆ ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 24 สิงหาคม อีกที คราวนี้เมื่อถึงวันที่ 24 สิงหาคมจริง ๆ ก็สามารถจัดการแสดงได้และจบลงด้วยดี ซึ่งปรากฏการณ์คอนเสิร์ตในครั้งนี้นับเป็นการแสดง คอนเสิร์ตใหญ่ของนักร้องชาวต่างประเทศระดับโลกครั้งแรกของไทย และต่อมาก็ได้มีศิลปิน นักร้องต่างประเทศทยอยเดินทางมาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทยเรื่อย ๆ ตราบจนปัจจุบัน ซึ่งหลังจากเดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว ไมเคิลก็ได้เดินทางต่อไปยังประเทศบรูไน เพื่อเปิดแสดงคอนเสิร์ตที่นั่น โดยมีสุลต่านบรูไนเป็นผู้จัดและเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี ครั้งที่ 2 คือ ในกลางปี พ.ศ. 2538 เป็นการโปรโมตอัลบั้ม History จัดแสดงที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี แสดง 2 รอบอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่ได้รับความสนใจเท่าครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2542 ไมเคิลได้เผยว่าจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตรอบพิเศษ โดยจะจัดแสดงทั่วอเมริกา เพียง 10 ที่ ซึ่งตัวไมเคิลเองอยากจะแสดงและโชว์อีกครั้ง แต่ในการแสดงอาจจะมีการเปิดเทป ในการแสดงเป็นบางช่วง เพราะตัวไมเคิลเองอาจร้องไม่ไหว และการเต้นอาจจะไม่สนุกเหมือนครั้ง ที่ผ่านมา เพราะไมเคิลมีอายุถึง 48 ปี ในการแสดงครั้งนี้จะเปิดการแสดงในชุด Jackson 5 ซึ่งมีการรวมตัวเหล่าพี่น้องของไมเคิล ในการแสดงจะมีเพลงแค่ 16 เพลง ในชุด Jackson 5 จะมี 6 เพลงและเพลงของไมเคิลเอง 10 เพลง คือ You Are Not Alone, Heal the World, Billie Jean, Man in the Mirror, Will You Be There, Black or White, Beat It, Stanger in Moscow, Rock with You และ Bad และจะจัดขึ้นทั่วโลกในปี พ.ศ. 2552 เพียง 9 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น, อิตาลี, สเปน, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ฝรั่งเศส รวมถึงประเทศไทยด้วย ในราคาค่าตัวสำหรับการเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตถึง 20,000,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทย ก็ประมาณ 650,000,000 บาท คอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในประเทศไทยที่สนามศุภลาศัย ที่จุคนได้ถึง 70,000 คน โดยคาดว่าค่าบัตรเข้าชมจะมีราคา 1000, 2,000, 3,000, 4,000 บาทโดยประมาณ ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2551 ไมเคิล แจ๊กสัน และพี่น้องเขาให้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งเมื่อได้ปรากฏตัวอีกครั้งในรูปแบบคอนเสิร์ตเต็มที่ และทำให้นักข่าวตกตะลึง เมื่อสถานที่แสดงศิลปินวงอื่น ๆ ยังสามารถทำได้เพียง 50,000 คน เท่านั้น แต่ในที่นี้ไมเคิลได้ทำลายสถิติทั้งหมด เพียง 1 ครั้งเท่านั้น โดยมีผู้ชม ถึง 125,000 คนเลยทีเดียว

ปรากฎการณ์คนเป็นลม

  • คอนเสิร์ตไมเคิล แจ็คสันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอนเสิร์ตDangerous World Tour ถือได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่มีคนเป็นลมด้วยความคลั่งไคล้และขาดอากาศหายใจมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ ความคลั่งไคล้เช่นนี้อาจส่งผลให้ยอดขายผลงานเพลงของไมเคิล แจ็คสัน นำยอดจำหน่ายผลงานเพลงของ เดอะ บีทเทิลส์ และ เอลวิส เพรสลี่ย์ ได้ในไม่ช้า...

ชีวิตส่วนตัวและเรื่องอื้อฉาว

ไมเคิล แจ็กสัน ถูกมองว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ชอบทำตัวให้เด่นดังและเป็นข่าวอยู่เสมอ ๆ โ ดยใช้ชีวิตบนความหรูหรา โอเวอร์เกินคนธรรมดา เช่น คฤหาสถ์ส่วนตัวใช้ชื่อว่า "Never Land" โดยตั้งชื่อให้เหมือนกับดินแดนในเทพนิยายเรื่อง ปีเตอร์แพน ซึ่งในนั้นมีเครื่องเล่นเหมือนสวนสนุก อยู่จำนวนมาก อีกทั้งยังชอบเลี้ยงดูอุปถัมภ์เด็ก ๆ จำนวนมากเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งได้มีการตีความ ทางจิตวิทยาว่า ตัวไมเคิลเองมีนิสัยเหมือนเด็กที่ไม่ยอมโต นอกจากนั้นไมเคิลยังมีชีวิตที่แปลกพิศดาร เช่น มักแต่งตัวแปลก ๆ อย่างตอนเดินทาง หรือการที่เปลี่ยนสีผิวตัวเองด้วยวิทยาการทางการแพทย์จากผิวดำให้เป็นขาวซีดอย่างในปัจจุบัน หรือการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าด้วยซิลิโคนหลายต่อหลายครั้ง เมื่อต้นปี พ.ศ. 2537 ไมเคิลได้สร้างประหลาดใจให้แก่แฟน ๆ เมื่อจู่ ๆ ประกาศหมั้นและแต่งงานกับ ลิซ่า มารี เพรสลีย์ บุตรสาวของเอลวิส เพรสลีย์อย่างกระทันหัน โดยทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตเช่นสามี ภรรยา ก่อนจะเลิกรากันไปในปี พ.ศ. 2539 โดยไม่มีบุตรด้วยกัน (ภายหลังไมเคิลมีบุตร 2 คนจากการ ผสมเทียมกับเด็บบี้ โรวว์ พยาบาลสาวใหญ่ และมีเพิ่มอีก 1 คนจากสาวผู้ไม่เปิดเผยนาม ด้วยการผสมเทียมเช่นเดียวกัน) ไมเคิลมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับเด็กมากมาย มักปรากฏข่าวถึงการลวนลามทางเพศกับเด็กผู้ชายเสมอ ๆ โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548 ไมเคิลต้องขึ้นศาลฟังคำพิพากษาเลยทีเดียว เมื่อมีคดีข่มขืนเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ปรากฏว่าศาลพิพากษาให้รอดพ้นไป รวมทั้งเคยอุ้มลูกของตัวเอง ซึ่งยังเป็นทารกอยู่โดยทำท่าว่าจะทิ้งลงมาจากหน้าต่างโรงแรมที่เจ้าตัวอาศัยอยู่ เพื่อทักทายแฟน ๆ ที่รออยู่ข้างล่าง จนได้รับเสียงตำหนิต่อว่าอย่างหนักจากสังคม เป็นต้น

ถึงแก่กรรม

ไมเคิล แจ็กสัน ได้ถึงแก่กรรมอย่างกระทันหันในวัย 50 ปี ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ณ ศูนย์การแพทย์โรนัลด์ เรแกน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (Ronald Reagan UCLA Medical Center) เมื่อเวลา 14 นาฬิกา 26 นาที ตามเวลาท้องถิ่น [8] หรือเวลา 4 นาฬิกา 26 นาที 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ตามเวลาประเทศไทย โดยสาเหตุการเสียเชื่อว่าเขามีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน แต่ยังต้องรอผลการชันสูตรศพเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงก่อน และข่าวการเสียชีวิต ก็ได้เป็นข่าวโด่งดังและเป็นที่สนใจไปทั่วโลก

ผลงานอัลบั้ม

อัลบั้มชุด Thriller
  • พ.ศ. 2514 Got to Be There
  • พ.ศ. 2515 Ben
  • พ.ศ. 2515 A Collection of Michael Jackson's Oldies
  • พ.ศ. 2516 Music and Me
  • พ.ศ. 2518 Forever, Michael
  • พ.ศ. 2522 Off the Wall
  • พ.ศ. 2524 One Day in Your Life
  • พ.ศ. 2525 Thriller
  • พ.ศ. 2527 Farewell My Summer Love
  • พ.ศ. 2530 Bad
  • พ.ศ. 2534 Dangerous
  • พ.ศ. 2538 HIStory - Past, Present and Future - Book I
  • พ.ศ. 2540 Blood on the Dance Floor: HIStory in the Mix
  • พ.ศ. 2544 Invincible
  • พ.ศ. 2544 Greatest Hits - HIStory Volume I
  • พ.ศ. 2546 Number Ones
  • พ.ศ. 2547 Michael Jackson: The Ultimate Collection
  • พ.ศ. 2548 The Essential Michael Jackson

อิทธิพล

อิทธิพลต่อนักร้องรุ่นหลัง

  • ไมเคิล แจ็คสัน ยังเป็นนักร้องผู้มีอิทธิพลในวงการเพลงทั้งทางด้านการร้องและเต้นแก่นักร้อง ศิลปินไทย ศิลปินเอเชีย หลายราย อาทิ เรน, ดงบังชินกิ, เบิร์ด ธงไชย, บี้ เดอะสตาร์, ติ๊ก ชีโร่, บาซู, ไมเคิล ตั๋ง, ตู้ ดิเรก ฯลฯ จึงยังความตื่นตกใจแก่นักร้องในวงการ หลายรายเช่นกัน[9]

อิทธิพลต่อวงการทั่วไป

  • ราชวงศ์กษัตริย์ : ประมาณช่วงปี 1995 องค์สุลต่านของบรูไนทรงจ้างวานไมเคิล แจ็คสัน มาแสดงคอนเสิร์ตเนื่องในวันครบรอบพระราชสมภพที่บรูไน โดยพระองค์ได้มีพระกรุณา ให้ประชาชนได้เข้าชมฟรีมาแล้วครั้งหนึ่ง
  • กีฬา : นอกจากนี้ ไมเคิล แจ็คสัน ยังเคยสอนท่าเต้นให้กับไมเคิล จอร์แดน สุดยอด นักบาสเก็ตบอลNBA ในการถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง JAM
  • ภาพยนตร์ : ชื่อไมเคิล แจ็คสัน และเพลงของไมเคิล แจ็คสัน มีปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Rush Hour ภาค 1-2 ซึ่งนำแสดงโดยเฉินหลง (ภาค 1 มีการเอ่ยชื่อไมเคิล แจ็คสัน อยู่บ่อยครั้ง, ภาค 2 มีฉากเพื่อนของเฉินหลงร้องเพลง Don't stop till you get enough แทนนักร้องชาวเอเชียในสถานเริงรมณ์แห่งหนึ่ง) ด้วยเช่นกัน
  • ภาพยนตร์ : เพลง Childhood ของไมเคิล แจ็คสันยังถูกนำไปใช้เป็นเพลงจบของภาพยนตร์ เรื่อง Free Willy ภาค 2 ซึ่งมีวาฬเพชฌฆาตเป็นตัวเอกของเรื่องด้วย
  • นักโทษเรือนจำ : ในปี 2009 ที่คุกแห่งหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์มีการนำนักโทษจำนวน หลายหมื่นคนมาร่วมเต้นประกอบเพลง Thriller เพื่อเป็นการออกกำลังกาย จนปัจจุบันมีคน เข้าพิมพ์คำว่า "Thriller" (original upload)ในเว็ปไซท์ YouTube มากกว่า 25 ล้านคนเลยทีเดียว[10]
  • วิดีโอเกมส์ : บริษัท SEGA ของญี่ปุ่น เคยทำเกม MoonWalker สำหรับเครื่องเล่นเกมอาเขต และเมก้าไดร์ฟ โดยมีไมเคิล แจ็คสันเป็นตัวเอกของเกมด้วยเช่นกัน
  • หนังสือการ์ตูน : คุณ ฮิโรฮิโกะ อารากิ ผู้เขียนหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 5 ยังได้ขอนำชื่อเพลง Man in the Mirror ซึ่งเป็นเป็นเพลงที่ไมเคิล แจ็คสันเคยขับร้อง มาทำเป็นชื่อตัวละคร(สแตนด์)ฝ่ายอธรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญอยู่ที่เมืองปอมเปอี ประเทศอิตาลี อีกต่างหากด้วย

อ้างอิง

  1. ^ "Michael Jackson Dies", TMZ, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552. สืบค้นวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552
  2. ^ "Michael Jackson has heart attack and dies in Los Angeles", TMZ, 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552. สืบค้นวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552
  3. ^ Ryan, Joal (2009-06-25). Michael Jackson, Pop's Thrilling King, Dead at 50. E! Online. สืบค้นวันที่ 2009-06-25
  4. ^ Music Icon Quincy Jones Kicks-Off New Series in Tribune Newspapers. PR Newswire (January 16, 2009). สืบค้นวันที่ January 24, 2009
  5. ^ Eisinger, Amy. "Britney Spears isn't the only pop star primed for a comeback: Get ready for Michael Jackson", 2009-03-04. สืบค้นวันที่ 2009-06-26
  6. ^ Matthew Moore (2009-06-26) Michael Jackson, King of Pop, dies of cardiac arrest in Los Angeles Telegraph. Retrieved on 2009-06-27.
  7. ^ Cadman, Chris (2007). Michael Jackson: For the Record. Authors OnLine. ISBN 978-0-7552-0267-6. 
  8. ^ King of Pop Michael Jackson dies, aged 50
  9. ^ สิ้นราชาเพลงป๊อบ ไมเคิล แจ๊คสัน
  10. ^ Youtube - "Thriller" (original upload)

 แหล่งข้อมูลอื่น

Commons
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
ไมเคิล แจ็กสัน

 

 


Leave a response

Your response:

Categories